เชื่อใ้นสิ่งที่เฮ็ด

posted on 17 Oct 2011 20:56 by dhammo in Learning
เมื่ออาทิตย์ก่อน กรุงเทพมหานครเกิดความตึงเครียดอย่างรุนแรง
รวมทั้งในบ้านข้าพเจ้าด้วย เรียกว่าบ้านไหนอยู่ในเขตเสี่ยง
แล้วคนในบ้านไม่ทะเลาะกัน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว
บ้านข้าพเจ้าก็เช่นกัน 
แม่ เป็นคนไม่เคยประมาท เรียกว่าข่าวมานิดหน่อย จัดเต็มทันที
ส่วนพ่อ ผู้เป็น idol ของเพื่อนข้าพเจ้า เป็นคนที่ชิลสุดขีด
ใช้คติเข้าว่า อะไรจะเกิดก็คงจะเกิด ไม่เตรียมตัวอะไรทั้งสิ้น
เลยไม่น่าแปลกใจเท่าไร ว่าจนถึงปัจจุบัน
ในซอยเข้าบ้าน จะมีบ้านข้าพเจ้าอยู่เพียงหลังเดียวที่ไม่มีกระสอบทราย ฮ่าๆๆ
จะว่าไปก็ตลกดีเหมือนกัน จำนวนกระสอบทรายหน้าบ้านของแต่ละบ้าน
บ่งบอกได้ถึงพันธะและ่ห่วงของเจ้าของบ้านที่มีต่อทรัพย์สินของตัวเองที่มีกับบ้านหลังนั้น
บ้านหลังแรกในซอย เป็นบ้านของอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่ง
กระสอบทรายหนามาก ใหญ่มาก สูงมาก ประมาณเอวได้
อุดกันซะ อยากเห็นตอนท่านเข้าบ้าน ท่านจะเข้าอย่างไรน้อ
 
ข้าพเจ้าเองลึกๆก็กลัว ก็ห่วง ทรัพย์ิสินเหมือนกัน
แต่คิดอีกที ถ้าน้ำมาแล้วเสียหาย มันก็ไม่แปลกอะไร ก็แค่คืนสู่สามัญ
มีแล้วไม่มี ก็เป็นเรื่องธรรมดา
มีพบแล้วก็มีจาก ก็เป็นเรื่องธรรมดา
น้ำมาแล้วน้ำก็ต้องไป ก็เป็นเรื่องธรรมดา
คงไม่มีอันไหนที่มันอยู่จีรัง คิดแบบนี้ก็เ็ห็นด้วยกับพ่อนะ
แต่บางอารมณ์ก็ต้องตามใจแม่บ้าง ตามคู่มือดูแลบุพการีวัยชรา
อย่าขัดใจมาก เดี๋ยวท่านอารมณ์เสีย...
 
ต่อมาก็ตั้งข้อสังเกตเรื่องการบริโภคข่าวสารของเราสักหน่อย
เห็นแล้วก็ขำดี คนเรานี่มัน เชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่จริงๆ
ข่าวไหนที่เข้าข้างกับสิ่งที่ตัวเองคิด ก็จะเชื่อหัวปักหัวปำ
อย่างใน facebook ยังไม่ทันได้ใช้ปัญญาไตร่ตรอง ก็ด่าซะก่อน
share ซะก่อนแล้ว เป็นจริงหรือเปล่า จะกระทบต่อคนอื่นหรือเปล่าก็ไม่รู้
เอาเป็นว่าโพสแล้วสนุกก็เอากันใหญ่ 
โชคดีที่ฟังหลวงปู่เทศน์บ่อยๆ (ช่วงนี้ชอบฟังระหว่างขับรถ)
ท่านสอนว่า สิ่งที่ไม่ชอบก็ต้องฟัง สิ่งที่ชอบก็ต้องฟัง ฟังแล้วใช้ัปัญญาไตร่ตรอง
ข้าพเจ้าเห็นว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญในการเสพข่าว
ยิ่งยุคโลกมืด ข่าวสารแพร่ไว เท็จบ้างจริงบ้างปนกันหมด ควรจะใช้วิจารณญาณให้มาก
แสดงความคิดเห็นแต่พองาม และคิดถึงใจคนทางบ้านเขาบ้างก็คงจะดี โลกนี้คงน่าอยู่อีกเยอะ
 
 

ทำไมต้องเป็นเรา

posted on 01 Oct 2011 20:18 by dhammo in Learning
ช่วงนี้ประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วม
เปิดโทรทัศน์ดู แล้วก็รู้สึกสะท้อนใจ
เจอข่าวชาวบ้านพังกระสอบทราย
เพราะอยากให้น้ำไหลไปอีกฝั่ง
เนื่องจากน้ำของฝั่งตัวเองเยอะเกินไปแล้ว
ก็รู้สึกเข้าใจความรู้สึกของคนที่รู้สึกทุกข์
เพราะหลายๆคนก็คงมีความรู้สึกคล้ายๆแบบนี้
คำถามที่ว่า ทำไมไม่เป็นเรา ทำไมไม่เป็นเขา
ความยุติธรรมไม่มีในโลก
ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำดีได้ไม่ดีมีถมไป
ทำไมเราต้องเดือดร้อนอยู่คนเดียว
ข้าพเจ้าก็เคยมีคำถามแบบนี้กับตัวเองเหมือนกัน
 
แต่พอหลังๆ หลังจากคิดว่า ทำไมต้องเป็นเรา
คำถามต่อมา ก็คือ ถ้าไม่ใช่เรา แล้วจะเป็นใคร?
ถ้าเราไม่เจ็บไม่ทุกข์เอง คนอื่นเค้าจะเดือดร้อนเพราะเราไหม
 
คงเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์จะคาดหวังกับสิ่งแวดล้อมภายนอก
อยากให้คนอื่นทำดีกับเรา อยากให้สังคมดี
อยากให้รัฐบาลออกมาตรการดีดีสนองความต้องการให้
อยากได้รับคำชมเชย อยากมีกินมีใช้ ไม่อดอยาก
อยากให้แม่ค้าขายอาหารราคาถูก อยากให้เจ้านายเพิ่มเงินเดือนใ้ห้มากๆ
ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องธรรมดาทั้งหมดทั้งสิ้น
 
ข้าพเจ้าเคยได้ยินเรื่องหนึ่ง
มีชายคนหนึ่งรู้สึกเกลียดโลกและสังคมนี้มาก
เมื่ออายุ 20 ปี เขาสัญญากับตัวเองว่าเขาจะเป็นประธานาธิบดี เพื่อที่จะปฏิรูปประเทศนี้
ต่อมาเมื่ออายุ 40 ปี เขารู้สึกว่าประธานาธิบดีอาจจะห่างไกลไปสำหรับเขา งั้นเขาขอเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วกัน อย่างน้อยก็น่าจะพอเปลี่ยนจังหวัดนี้ได้
ต่อเมื่ออายุ 60 ปี เขาก็ยังไม่ได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เขาเลยคิดว่ามันอาจจะไกลไป ขอเป็นนายอำเภอแล้วกัน
ต่อมาเมื่ออายุ 80 ปี เขาเริ่มคิดได้ว่า เขาไม่ได้เป็นทั้งประธานาธิบดี ไม่ได้เป็นทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ได้เป็นทั้งนายอำเภอ เขาค้นพบว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนโลกใบนี้ไปในทางที่เขาต้องการได้เลย
แล้วเขาก็คิดได้ว่าสิ่งที่ควรเปลี่ยนที่สุดควรจะเริ่มต้นที่เขาเอง
ถ้าเขาเปลี่ยนตัวเอง อย่างน้อยคนในครอบครัว เช่นลูกของเขาก็น่าจะทำตามเขา
เมื่อครอบครัวเขาดี เพื่อนบ้านก็น่าจะดีตาม
เมื่อเพื่อนบ้านดี อำเภอน่าจะดีตาม จังหวัดน่าจะดีตาม แล้วประเทศก็น่าจะดีตามไปด้วย
 
แล้ววันนี้คุณเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ถูกต้องรึยังคะ?  Cool

กินเจ

posted on 25 Sep 2011 20:38 by dhammo in Learning
พรุ่งนี้ก็จะเริ่มเทศกาลกินเจแล้ว
ข้าพเจ้าก็กินเหมือนกันตามเทศกาล
กินครั้งแรกเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว
ด้วยเหตุผลที่ตลกมากคือ
ที่มหาวิทยาลัยพาไปเข้าค่ายธรรมะที่วัดป่าสุนันทวนาราม
แล้วบังเอิญช่วงนั้นเป็นช่วงเทศกาลกินเจพอดี
ทางวัดเลยจัดอาหารเป็นสองชุด เป็นชุดธรรมดา กับชุดเจ
ด้วยความที่ทานมื้อเดียว เวลาเข้าแถวต้องพิจารณาว่าทานอะไรดี
วันแรกๆ ก็ทานเนื้อสัตว์ตามปกติ
เพราะครอบครัวข้าพเจ้า ถึงเป็นจีนแต่ก็ไม่เจ
แต่พอหลังๆ เวลาเข้าแถวทานอาหาร
เหลือบๆตาไปมองถาดเจ รู้สึกว่าทำไมอาหารเจมันน่าทานจังอ่ะ
รู้ตัวอีกที ก็ไปต่อแถวเจเสียแล้ว
ระหว่างนั่งทานอาหารเจอย่างเอร็ดอร่อย
ก็รู้สึกสำนึกผิด (นิดหน่อย) ขึ้นมา
ว่าไปแย่งอาหารพวกทานเจมารึป่าวน้อ...
ต่อมาเลยสัญญาตัวเองว่า ไหนๆแย่งเค้าทานแล้ว
ปีต่อๆมา ก็ขอทานเจกับเขาไปด้วยเลยแล้วกัน
เป็นเหตุเป็นผลกันไหมน้า....
 
ปล. แต่ทานเจก็นั่งสมาธิดีขึ้นจริงๆเลยน้า
ปล.2 ปล.แรกเป็นความเชื่อและจริตเฉพาะบุคคล ไม่รับประกันผลนะคร้าบบ...