ตอนอยู่วัด มีปัญหาอยู่อย่างนึง

เวลาทุกคนมองตารางปฏิบัติกิจประจำวัน

พอเห็นช่วงเวลานี้ ความอยากไปวัดจะลดลง 50% เลยทีเดียว

ตัวของข้าพเจ้าเองก็เช่นกัน

ปีแรกที่ไปวัด ตื่น ตีสามครึ่ง

ปีที่สองที่ไปวัด ตื่น ตีสาม

ปีล่าสุด ปีที่สาม ไปวัด ตื่น ตีสองครึ่ง

เอิ่ม คิดในใจ ปีหน้า น่ากลัวจะตีสองนะ แหม อัตราคงที่ท่านดีจริงๆค่ะคุ๊ณ

บางที อดจะเข้าข้างตัวเองไม่ได้ ว่าตารางปฏิบัตินี้ แต่ละปีถูกปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม

ซึ่งเหมือนทำมาเพื่อข้าพเจ้าเลยนะ ค่อยๆ advance ไปทีละขั้น

ช่วงแรกๆที่ไป เหมือนจะได้นอนเยอะ วันละ 5 ชม. กว่าๆ แต่ก็คงไม่พอสำหรับวัยรุ่นอยู่ดีแหละ

ก็เพราะมันไม่ใช่เวลาที่คนอายุยี่สิบกว่าๆจะมานอนเวลานี้ ตื่นเวลานี้นี่!

ต้องผจญทุกขเวทนาอย่างหนัก ลำพังตัวเองอ่ะ คงจะไม่เท่าไร

แต่เพื่อนที่นอนข้างๆนี่สิ ขอแนะนำตัวละครเพื่อนสาวผู้แสนดี

เพื่อนตั๊ก ที่ไปด้วยกันตอนปีแรกกับทางมหาวิทยาลัย หน้าที่สำคัญของเธอคือ

"ปลุกเพื่อนตื่น"

คืนแรกๆ เพื่อนตั๊กใช้วิํธีตั้งนาฬิกา ซึ่งไม่รู้จะตั้งทำไม เพราะนิสิตหญิงที่ถัดจากเราสองสามคน

พวกเธอก็ต้องนาฬิกาเหมือนกัน แต่ตั้งเผื่อราวๆครึ่งชั่วโมงนะ เพราะเธอรักสะอาดต้องตื่นมาอาบน้ำ

กลุ่มของข้าพเจ้าเลยต้องตื่นด้วย อย่างช่วยไม่ได้

แต่วันต่อมา คนตั้งนาฬิกาเพื่อตื่นมาอาบน้ำก็น้อยลง ก็เป็นหน้าที่ของเพื่อนตั๊กไป

วันไหนฝนตก อากาศดีเป็นบ้า เพื่อนตั๊กก็ทั้งปลุก ทั้งตี ทั้งเขย่า ข้าพเจ้าก็พลิกไปพลิกมาไม่ตื่นซะที

นอกจากหลอกเพื่อนมาวัดแล้ว ยังพาเพื่อนลำบากอีกนะ ภูมิใจในตนเองเป็นที่สุด

วันนึงหลังจากดื่มน้ำปานะ ข้าพเจ้าพิจารณาว่านอนอย่างไร ตื่นมาจะไม่ง่วงนอนน้อ?

ข้าพเจ้าค้นพบคำตอบหลังผ่านไปประมาณ 5 วันว่า

อ๋อ เราต้องนอนตื่นเดียวสินะ

คำถาม : ขั้นตอนมันคืออย่างไรหรือ นอนตื่นเดียวเนี่ย

คำตอบ : ขั้นตอนไม่ยากมาก แต่ต้องตั้งใจนอน ประกอบไปด้วย

  • ก่อนนอน ต้องปล่อยวางทุกสิ่งก่อน ถ้าฟุ้งซ่านมากให้สวดมนต์ก่อนนอน
  • อย่านึกอะไรก่อนนอน เพราะมันจะทำให้ฝัน จะรู้สึกเพลิดเพลินในการนอนเกินไป
  • ที่นอน ไม่ต้องนอนสบายมาก ใช้เฉพาะของที่จำเป็น โดยที่วัดนี่ข้าพเจ้าจะชอบมาก นอนเสื่อ กะหมอนแข็งๆใบนึง พื้นเย็นๆ ผ้าห่มบางๆ ถ้าของเยอะเกินไป เช่นหมอนหลายใบ ข้าพเจ้าจะรู้สึกว่ากอดเพลิน นอนเพลิน เกิดอารมณ์ เหนื่อยก็ไม่เหนื่อย เมื่อยก็ไม่เมื่อย เรานอนไปเรื่อยๆ เราไม่เมื่อยเราไม่เหนื่อย เวลานอนก็ไม่ค่อยรู้สึกอยากจะตื่นเลยทีเดียว
  • หลับตา ตั้งสมาธิไปที่ระหว่างคิ้ว หายใจเข้า หายใจออกไปเรื่อยๆ
  • พอรู้สึกตัว ลุกขึ้นทันที (อันนี้ถ้าเป็นโรคความดัน โรคหัวใจ ไม่ต้องรีบมากนะคะ รู้ประมาณตนนิดนึง)
  • สุดท้ายนี้สำคัญมาก ลุกแล้ว อย่าลงไปกลิ้งบนที่นอนอีกที เพราะถ้ากลิ้งแล้ว ลุกครั้งที่สองจะยากมาก

นี่แหละค่ะ เป็นการนอนตื่นเดียวที่ทำให้ไม่ง่วงนอน เก็บสิ่งดีดีนี้มาจากวัด

เวลามาทำงาน อยู่บนรถตู้ระหว่างมาทำงานก็ไม่นอนนะ

เพราะว่ามันจะกระชั้นชิดมาก ระหว่างการตื่นแป๊ปๆ แล้วไปนอนอีกทีทันที 

นิดนึงค่ะ ร่างกายคนเราที่จริงตามที่ข้าพเจ้ารู้สึก ไม่เกี่ยวนะว่าเราต้องนอนครบชั่วโมงเท่านั้นเท่านี้

เพราะร่างกายแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน แต่การที่เราจะทำให้จิตเราได้พักจริงๆ สิ่งนี้น่าจะสำคัญมากกว่า

เพราะเมื่อจิตพักเต็มที่เค้าแล้ว เวลาเราตื่น เราก็มีความเบิกบาน ความง่วงนอนก็หาย

ร่างกายก็เหมือนได้ชาร์ตแบตเต็มที่ค่ะ

ต่อจากนั้นข้าพเจ้าไม่มีปัญหาเรื่องการนอนและง่วงนอนอีกเลย

แต่ว่าง่วงนอนก็มีบ้างนะ คืนไหนที่ทำเนสัชชิกนี่ ยังไม่เทิร์นโปรเท่าไร ความง่วงเกาะกุมหัวใจบ้างค่ะ

แต่ก็มีวิธีแก้ ไว้จะเล่าให้ฟังวันหลังนะคะ

ประสบการณ์เรื่องนอนวัดนี่ มีอีกหลายเรื่องเลยทีเดียว

ไว้ติดตามต่อโอกาสหน้าละกัน ยาวไปเดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อนเด้อ

 

Comment

Comment:

Tweet

ถ้า ผมเอาไป ปฏิบัติ คงไม่ได้ผล แน่เลย

เพราะตื่นแล้วก็นอน แล้วก็นอนไม่อยาก ตื่น

แป่วววว !~~ อิอิ

ขอบคุณสำหรับเทคนิค การนอนให้หลับสบายแล้วตื่นก็สดชื่น นะคับ ผมจะเอาไปใช้ดูบ้าง เผื่อเอาไว้ให้ตัวเองหายขี้เซาซักหน่อย big smile big smile

#13 By ~oไม้ขีดไฟo~ on 2010-08-22 01:43


ชอบเทคนิคการตื่นมากครับ
รู้สึกตัวแล้วให้ลุกขึ้นมาเลย แล้วอย่าลงไปนอนซ้ำ

เอาไว้จะลองปฏิบัติตามดูนะครับ

อยากจะมีเวลาไปปฏิบัติธรรมตามวัดบ้างจัง
big smile Hot!

#12 By ant on 2010-08-20 23:35

ขอไปนอนบ้่างดีกว่าครับ

#11 By Q_plus on 2010-08-17 18:28

อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่ะ
เรื่องเนสัชชิกเนี่ย พอตั้งใจเอาไว้ว่า จะไม่นอน
ใช้อริยาบถ 3 คือ ยิน เดิน นั่น
พอตั้งปุ๊บก็ง่วงทันทีเลยค่ะ อีกนิดเดียวจะตีสามแล้ว ปรากฏว่า กิเลส ลากไปหาที่นอนซะแล้ว
ไอ้ที่ตั้งว่าจะเนสัชชิก
ก็กลายเป็น ระเนระนาดกันเกลื่อนค่ะopen-mounthed smile

#10 By ตีรณา on 2010-08-17 15:06

ของผมก็มีปัญหาล่ะ วันทำงานล่ะ ง๊วงง ง่วง...แทบไม่อยากตื่น...แต่วันหยุดนี่ ไม่รู้จะตื่นขึ้นมาทำไมเช๊าา เช้า...บางทีตื่นเช้ากว่าวันทำงานซะอีก แล้วก็ไม่รู้สึกง่วงด้วย อิอิ question

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#9 By iLLustic Boy on 2010-08-17 14:38

จะลองเอาไปทำตาม ดู แต่ว่า นิสัยเสียของเค้า
เป็นโรค นอนไม่พออยู่ ด้วย เวลาทำงาน นี่ง่วงนอนสุดๆ อยากนอนมากๆ วันหยุด แล้วใหญ่เลย นอนตื่นสายเร็วสุด 11 โมง เช้า แล้วนอนต่อบ่ายโมง ตื่นมา 3 ทุ่ม แล้วนอนต่อเที่ยงคืน ตื่นอีกที เที่ยง วัน นอนแบบเอาอิ่ม บางคนเรียก นอนกินบ้านกินเมือง แต่ไม่เคยเสียงาน เสียการ อิอิ เวลาทำงาน มักจะทำเสร็จเร็วกว่าใครเพื่อน แล้วก้อมานั่งหัวเราะ ร่า5555555

#8 By Live a Live on 2010-08-17 14:11

อีก สามปีนี้ ไม่ต้องตื่นตีหนึ่งเลยหรอครับ ^__^
แต่ไม่ต้องถึงวัดนะ ตอนนี้ห้องใหม่เรา ก็เสื่อผืน แถมไม่มีหมอนสักกะใบ อาศัยผ้าห่มหนุน
พอหนาวๆก็ไม่หนุนมันละ ห่มดีกว่า อิอิ

ปล. ขอบคุณที่ชม Theme ใหม่ว่าน่ารักนะครับ อิอิ

#7 By หมาเหงา on 2010-08-17 12:33

ถือศิลแล้วใจสบายกุศลเกิด
ยินดีด้วยconfused smile confused smile confused smile

#6 By ปิยะ99 on 2010-08-17 11:13

เห็นด้วยครับ เมื่อลุกแล้วควรลุกเลย ตัดใจตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็จะตัดขาดจากที่นอนนั้นได้เลยopen-mounthed smile

#5 By แทณนี่แหละ on 2010-08-17 10:21

จะว่าก็จริงแฮะ ที่นอนดีเนไปเดี๋ยวนอนเพลิน
บางทีตื่นขึ้นมาปวดหัวอีกตะหากsad smile

#4 By St.Alpha on 2010-08-17 10:14

จะลองเอาไปใช้ดู มีปัญหาเรื่องการตื่นนอนเช่นกัน ขอบคุณสำหรับหลักการดีๆครับ

#3 By อดีตศิษย์พี่(มั้ง) (123.242.144.193) on 2010-08-17 10:08

อ่านแล้วพี่แพท ละอ๊ายละอายค่ะ ไปถือศีลที่นั่นวันแรก ตื่นตีสามครึ่ง พี่ไม่ตื่นค่ะไปตื่น 8 โมงเช้าเลย นั่น..น่าอายมั๊ยคะ
วันที่ 2 ตื่นได้ค่ะ ไปทำวัด เช้าเสร็จกลับมานอนต่อตื่น 9 โมงเลยค่ะทีนี้ หนักไปใหญ่

กว่าจะเข้าที่วันที่ 3 ค่ะ

วิธีนอนแบบไม่ง่วงที่น้องออนแนะนำ พี่ว่าน่าจะใช้ได้ดีทุกข้อเลยนะคะ (ถ้าทำได้เนาะ)

ดีใจที่ได้เห็นเด็กรุ่นใหม่ๆปฏิบัติธรรมค่ะ big smile big smile

#2 By Pat on 2010-08-17 10:00

อ่านแล้วอยากนอนทดสอบ เดี๋ยวนี้เลยได้ไหม ง่วงงงง

#1 By Sun (58.11.86.10) on 2010-08-17 09:58