พอดีไม่ใช่พอใจ

posted on 15 Sep 2010 09:00 by dhammo in Learning

ในคืนนึงของก่ารไปปฏิบัติธรรมปีล่าสุดของข้าพเจ้า

คืนนั้นเป็นวันมาฆบูชา ซึ่งธรรมเนียมของวัดป่า เราจะถือเนสิชชักกัน

ก็คือ การภาวนาทั้งคืน ไม่เอนหลังนอน

คืนนั้นเราต่อสู้กับนิวรณ์อย่างเต็มที่

ข้าพเจ้าเองผ่านคืนเนสัชชิกมาครั้งนี้ก็เรียกว่าครั้งที่สามแล้ว

มีบทเรียนว่า ยิ่งเราอายุมากขึ้น นิวรณ์ยิ่งเข้มแข็งขึ้น ฮ่าๆๆ

ปีแรกๆไปกับมหาลัย อดนอนนี่ชิลมาก แต่พอหลังๆเริ่มทำงาน

ร่างกายอ่อนล้า รู้สึุกไปไม่ค่อยไหวทุกที เรียกว่าสวดมนต์ทำวัตรเช้า มือพนมไม่ไหวเลยทีเดียว

คืนนั้นเป็นคืนที่แสนจะน่าจดจำ

เพราะหลังจากทำวัตรเย็นเสร็จ ราวๆสองทุ่ม มีการเวียนเทียน

หลังจากนั้นก็มีช่วงพักนิดนึง ให้เหล่าอุบาสกอุบาสิกาไปพักผ่อนก่อนมาภาวนาต่อ

เพื่อนข้าพเจ้าก็เดินออกไปถ่ายรูปเล่นข้างนอก ข้าพเจ้าก็นั่งสมาธิรออยู่ด้านใน

เพราะว่ามาบ่อยแล้ว ไม่ตื่นเต้นเท่ากับเพื่อนที่มาครั้งแรก

สักพักเพื่อนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา แล้วบอกว่า

"แก๊ เมื่อกี้ถ่ายรูปข้างนอกอยู่ แล้วติดรูปผู้หญิงใส่ชุดขาวผมยาวปรกหน้าในกล้องด้วย"

ข้าพเจ้าก็ปลอบเพื่อนบอกว่า "อุบาสิกาคนอื่นรึป่าว ในวัดใส่ชุดขาวกันเยอะแยะ"

"แก ไม่เชื่อเราเหรอ"

เพื่อนเล่าแบบนั้น ก็รู้สึกขนลุกเนาะ อยู่วัดป่าซะด้วย แต่ก็ทำใจเข้มแข็ง

"เค้ามาขอส่วนบุญม้าง"

ปลอบใจตัวเองไม่ให้กลัว แต่ก้อหนาวหัวไงก็ไม่รู้นาทีนั้น

พอเริ่มใกล้ถึงเที่ยงคืน ญาติโยมเริ่มร่อยหรอ

แต่ที่ต้องนับถือน้ำใจ คือ เห็นบางคน หิ้วถุงนอนมานอนที่ศูนย์เยาวชน (ที่เรานั่งภาวนากัน)

ไอ้เราก้อมอง...แหม่ นอนไม่เกรงใจคนอยากนอนเลยนะเนี่ย ฮา...

คนก็เยอะมาก เพราะพระอาจารย์เริ่มโด่งดัง คนเลยเข้าวัดกันเยอะขึ้น

บางคนยิ่งกว่านั้น เหมือนพิจารณามาดีแล้ว พี่หิ้วเสื่อมาปูบนสนามหญ้าด้านนอก นอนดูดาวซะเลย...

ไอ้เราก็คิด เอ๊ะ ง่วงแบบนี้ ไม่กลับถ้ำไปเนาะ (ที่วัดเรียกที่พักว่าถ้ำ เพราะพระอาจารย์ชอบพูดว่า หนีเข้าถ้ำกันเรื่อยเลยนะ )

แต่คิดไปคิดมา มองในแง่ดี อาจจะเป็นอุบายในการดัดนิสัยของแต่ละคนก็ได้นะ

ตีหนึ่งผ่านไป บรรยากาศเริ่มมืดมาก เหลียวซ้ายมองขวา คนก็น้อยลง

เห็นบางคนก็เริ่มแพ้นิวรณ์กันแ้ล้ว ข้าพเจ้านี่ก็เริ่มไม่ไหวแล้ว

พยายามดัดแข้งดัดขา เดินจงกรม ทำไงก็ไม่หายง่วงสักที

เพื่อนที่มาด้วยเป็นครั้งแรก ก็แพ้นิวรณ์ไป บอกว่าอยากกลับที่พักแล้ว

ไอ้เราก็ เออ กลับกันดีกว่า ง่วงเต็มที่แล้วเนอะ (นิวรณ์ยกมือขึ้นดีใจ กูชนะแล้ววว)

แต่ว่าทางจากศูนย์เยาวชนไปที่พักนี่ไกลพอสมควร

คือเราไม่กล้าเดินทางลัด เพราะมันมืดมาก เลยต้องเดินอ้อมที่มีไฟนิดหน่อย

ก็เดินตามถนนเลาะป่าไปประมาณ 2 -3 กิโลก็จะถึงที่พัก

เดินกันสองคน ตื่นเต้นดี เพราะรอบทางเป็นป่า

เพื่อนพูดประมาณว่า เค้าไม่อยากอดนอนแล้ว ไม่ไหว ง่วง คิดว่าพอแล้ว ทำแต่พอดี

เราก็ปลอบใจเพื่อนไปว่า ได้เท่าไรก็เท่านั้นเนอะ

เดินมาสักพักถึงที่พัก ยืนอยู่หน้าที่พัก

เกิดคำถามในใจ ทำไมแต่ก่อนทำได้ ทำไมปีนี้ทำไม่ได้ จะยอมแพ้เหรอ?

คิดไปคิดมา ไม่ยอม ไม่อยากแพ้ หยิบผ้าห่มออกมา

แล้วก็ตัดสินใจเดินกลับศูนย์เยาวชนคนเดียว

....มืดมาก

........เสียงใบไม้หวีดหวิว

..................เดินอยู่คนเดียวกลางป่า

นี่แม่มาเห็น ตีตายเลยนะเนี่ย ออกมาคนเดียวมืดๆ

เดินย้อนกลับมาทางเดิน แล้วเรื่องผีในกล้ิองก้อย้อนเข้ามาในหัว

บอกจากใจจริงเลยว่า โคตรกลัวเลยค่ะ เดินไปดูลมหายใจตัวเองไป

พยายามไม่คิดเรื่องในกล้อง แข็งใจเดินๆๆๆ จนถึงศูนย์เยาวชน

พอเดินเข้ามาปุ๊ป เสียงปรบมือเปาะแปะๆๆ ก็ดังขึ้น

มีแกงค์คุณป้านั่งอยู่ แล้วพูดว่า "หนูเก่งจังเลย เดินกลับไปแล้ว เดินกลับมาได้อีกรอบ..."

"เนี่ย ไม่เห็นมีใครเดินไปแล้วเดินกลับมาเลยนะเนี่ย"

ไอ้เราก็ไม่รู้ทำไง เขินๆ แต่ก็ภูมิใจนะ ก็ยิ้มๆตอบไป

ความง่วงไม่รู้หายไปไหนหมดแล้ว คืนนั้นเลยสามารถอยู่ต่อได้ถึงตีสี่ครึ่งอย่างสมบูรณ์

หลังทำวัตรเช้าเสร็จตอนตีสี่กว่าๆนั่นแหละ

พระอาจารย์มิตซูโอะท่านก็มาดูสถานการณ์ ท่านพูดว่า "แหม ดีจังนะ คืนนี้อยู่กันเยอะเลย"

แล้วท่านก็เมตตาพูดต่อว่า

"ที่เราต้องทรมานอดนอนนี้ เป็นการฝึกอย่างหนึ่ง บางคนอาจจะคิดว่ามันไม่ใช่ความพอสำหรับคนนั้นๆ

แต่ย้อนคิดสักนิดว่า คำว่า พอ ที่ตัวเองกล่าวอ้างนั้น มันคือ พอใจ หรือ พอดี

การฝึกตนนั้น ไม่ใช่ปรนเปรอความพอใจของตัวเอง เราอาจจะโดนความอยากพอดีของเราหลอกว่าแค่นี้ก็พอแล้ว

แต่จริงๆไม่ใช่อย่างนั้น แยกให้ถูกนะ ว่าอันไหนพอดี อันไหนพอใจ...."

.....

....

ไม่รู้ว่าเป็นรอบที่เท่าไรแล้ว ที่เวลานึกสงสัยอะไรทำนองนี้ แล้วพระอาจารย์เมตตาเทศน์ข้อสงสัยโดยไม่ต้องบอกแบบนี้ได้บ่อยๆ

พอได้ยินเช่นนั้น สติมา ปัญญาเกิดเลยทีเดียว

ทุกวันนี้เวลาอยากได้อะไร ก็ได้ยินเสียงพระอาจารย์ลอยมาอยู่เรื่อย ถามซ้ำๆว่า

ที่อยากได้นี่ พอดีหรือพอใจ กันนะ Laughing

Comment

Comment:

Tweet

อิสลามเขาก็มีการฝึกหมือนกันนะ
ฝึกให้ถือศีลอด อดข้าวอดน้ำทั้งวัน
กว่าจะกินอะไรได้ก็ต้องรอพระอาทิตย์ตกดินก่อน
หิวแทบตาย
แต่ผ่านมาได้มันก็ทำให้เรารู้สึกว่า จิตใจเราเข้มแข็งขึ้นนะ


big smile

#19 By มินามาตา on 2010-09-21 13:23

เอามาฝากครับ
-------------------------------------------------------



พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค

๘. กลิงครสูตร
[๖๗๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่า
มหาวัน เขตเมืองเวสาลี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายได้ทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ฯ
[๖๗๕] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในปัจจุบัน พวก
กษัตริย์ลิจฉวีผู้ทรงไว้ซึ่งหมอนท่อนไม้หนุนศีรษะและเท้า ย่อมเป็นผู้ไม่ประมาท
มีความเพียรในการฝึกซ้อมศิลป พระเจ้าอชาตศัตรูเวเทหิบุตร พระเจ้าแผ่นดิน
มคธ ย่อมไม่ได้ช่อง ไม่ได้โอกาส แต่กษัตริย์ลิจฉวีเหล่านั้น ในอนาคตกาล
พวกกษัตริย์ลิจฉวีจักเป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติ มีมือและเท้าอันอ่อนนุ่ม จักสำเร็จ
การนอนบนที่นอน มีฟูกและหมอนหนาอันอ่อนนุ่ม จนกว่าพระอาทิตย์ขึ้น
พระเจ้าอชาตศัตรูเวเทหิบุตร พระเจ้าแผ่นดินมคธ จักได้ช่อง ได้โอกาส แต่
กษัตริย์ลิจฉวีเหล่านั้น ฯ
[๖๗๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในปัจจุบัน พวกภิกษุผู้เข้าไปทรงไว้ซึ่ง
หมอนท่อนไม้หนุนศีรษะและเท้า ย่อมเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร ในการ
เริ่มตั้งความเพียรอยู่ มารผู้มีบาป ย่อมไม่ได้ช่อง ย่อมไม่ได้โอกาส แต่ภิกษุ
เหล่านั้น ในอนาคตกาล พวกภิกษุจักเป็นสุขุมาลชาติ มีมือเท้าอันอ่อนนุ่ม จัก
สำเร็จการนอนบนที่นอนมีฟูกและหมอนหนาอันอ่อนนุ่ม จนกว่าพระอาทิตย์ขึ้น
มารผู้มีบาปย่อมได้ช่อง ได้โอกาส แต่พวกเธอเหล่านั้น เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอ
ทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งหมอนท่อนไม้หนุนศีรษะและเท้า
ไม่ประมาท มีความเพียร ในการเริ่มตั้งความเพียรไว้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอ
ทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile

#18 By Untitled_666 on 2010-09-17 02:19

เพราะความพอดีของแต่ละคนไม่เท่ากัน และความพอใจ ก็เป็นแค่ "นามที่นับไม่ได้ (Uncountable noun)" จึงต้องลองฝืนลิมิต(ที่อาจเป็นของลวง) โดยการปฏิบัติ
-----------------------------------------------------------
รถ corolla รุ่นนั้นทนจริงๆ ครับ ผมก็ใช้อยู่ เป็นรถของพ่อ พอซ่อมเสร็จแล้วก็ยังวิ่งดีเหมือนเดิม

#17 By Untitled_666 on 2010-09-17 00:40

อนุโมทนาสาธุกับน้องออนนะคะ
ตอนที่พี่ไปปฏิบัติ พอตั้งใจว่าจะเนสัชชิกเท่านั้น
ก็มาเป็นโขยงเลย (เรียกว่ามารกล้าแกร่งมาก)
ขอให้เจอคำว่าพอดีที่พอใจนะคะน้องออนbig smile

#16 By ตีรณา on 2010-09-16 20:32

หงการค้าเคยฝากขายที่ซีเอ็ดเกือบ 2 ปีจ้าา
ต่อมาต้องเก็บคืนหมดเวลาฝากขาย ถ้าอยู่ยาวได้ต้องเช่า
พื้นที่จ๋ะจะได้โชว์หน้าร้านตลอดจนกว่าจะเลิกเช่าsad smile

#15 By ปิยะ99 on 2010-09-16 17:24

ว่าแต่สนหงการค้าไหมจ๋ะ
ems ที่อยู่มาจะส่งให้ แลกกับบัตรเติมเงิน
ทูมูฟ 50 บาทจ้า confused smile

#14 By ปิยะ99 on 2010-09-16 17:11

ป้าอีกครั้งจ้ะ คือโดนศอฉ.ตามบล็อกน่ะ ช่างมันเถอะชินแล้ว ...
น้องออนตามสายตาป้านี่ ขอบอกเลยว่า เป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่มาถูกทางในการแก้ปัญหาชีวิต เพราะมีแต่ธรรมะและการภาวนา เท่านั้นที่จะทำให้เราใช้ชีวิตบนโลกช้าลงและมีสติมากขึ้น
จริงอยู่การไปปฏิบัติธรรม กรรมฐานที่วัด หรือนั่งสมาธิที่บ้าน ถ้าที่นั้นเป็นสถานที่ดี ก็ประเสริฐทั้งนั้น แต่ป้าเชื่อว่าที่วัดน่าจะถูกจริตน้องออนมากกว่า เพราะเราได้ถือศีลด้วยใช่ไหม อยู่บ้านบางทีสถานที่เวลาสภาพแวดล้อมไม่อำนวย การถือศีลก็ยาก
ขอให้บุญรักษาน้องออนในการทำความดีต่อไปจ้ะ

#13 By wonderboy on 2010-09-16 13:13

Hot!

อ่านแล้วพี่อยากไปถึือศีลที่วัดนั้นอีกจังค่ะ แต่หาเพื่อนไปยังไม่ได้

น้องออนนี่เข้าใจธรรมะได้ดีมากๆเลยนะคะ พี่ชื่นชมด้วยใจจริงเลยค่ะ ชอบวิธีคิดแบบนี้ค่ะ น่ารักดีbig smile big smile

#12 By Pat on 2010-09-16 12:44

น่าติดตามอ่ะคับ
จาแวะมาอ่านบ่อยๆครับ big smile Hot!

#11 By Tuy@MU on 2010-09-16 11:46

แวะมาทักทายนะ น้องออนมีประสบการณ์ดีๆมาแชร์ให้ป้าได้รู้ อนุโมทนาบุญด้วยจ้ะ ที่จริงเขียนเยอะมาก แต่โดนบล็อกไปจ้ะ

#10 By wonderboy on 2010-09-15 21:55

เอาตรงๆ
นะครับ
เรื่องตึงเรื่องหย่อนมันต้องจริตคนนั้นคนนั้นเเยกเป็นปัจเจกไป
ความเพียร หรือ ขันติ น่ะดี เเต่ที่นี่คนเราสั่งสมภูมิจิตภูมิธรรมมาต่างกันบางที่บางสถานที่เราทำอะไร ตามผู้อื่นตลอด
ก็ไม่ใช่ว่าจะได้สิ่งดีๆพบสิ่งดีๆกลับไปเท่ากันทุกผู้ทุกคน
บางคนผมว่าไม่ได้อะไรเลย ได้อย่างเดียวได้ชนะกายชนะใจตนเอง ได้ทรมานตน ดูว่าเราเองอดทนอดกลั้นได้เเค่ไหน
นี่ผมฝากไว้นะครับ ผมเองไปวัดป่าสายพระอาจารย์มั่นมาเหมือนกัน(อาจารย์ของหลวงพ่อชา)
คนปฎิบัติบูชาทั้งคืนถึงเเจ้งได้ ผมอนุโมทนาบุญด้วย ส่วนตัวผมขอทางสายที่ผมถนัดดีที่สุด ก็เเล้วเเต่ว่าจิตตอนนั้นสู้ไม่สู้ถึงเเค่ไร

#9 By cesarmonsters on 2010-09-15 20:42

ผีมาช่วยให้เพียรขึ้นเนอะconfused smile

#8 By ปิยะ99 on 2010-09-15 20:37

เก่งจังค่ะ
เรานี่ 5 นาที ก็บ๊ายบาย
หลับไปแบบไม่รู้ตัวเลย sad smile
เก่งจังอะคับเดินเข้าป่าไปคนเดียว มืดๆ วังเวงๆ อิอิ

แถมยังอยู่ได้ถึงตี่สี่ด้วย เป็นผมคงหลับไปตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วหล่ะคับ

^^ น่าลองไปบ้างจังเลยคับ คงได้อะไรดีๆ อีกมากจากที่นั่นนะคับ


ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกันด้วยนะคับbig smile

#6 By ~oไม้ขีดไฟo~ on 2010-09-15 16:46

confused smile Hot! Hot!

#5 By St.Alpha on 2010-09-15 15:31

สนุกดีเรื่องนี้ confused smile

#4 By Sun (58.8.1.65) on 2010-09-15 11:35

สวัสดีครับ ชาวพุทธมือใหม่ สู้ๆ ขยันปฏิบัติธรรม จะได้นิพพาน

จะพอดี หรือพอใจ ขอให้รู้จักคำว่า พอ big smile

#3 By Live a Live on 2010-09-15 10:00

อ่าาาาา ตกลงไม่เจอผี ลุ้นตั้งนาน อิอิ

แล้วที่อยากได้ ... มันพอดีหรือพอใจละ....

Hot! Hot!

#2 By หมาเหงา on 2010-09-15 09:57

อ่านแล้วอยากเอาอย่างบ้างจัง
รู้สึกดีนะครับที่เห็นคนปฎบัติแบบนี้อย่างต่อเนื่อง
big smile open-mounthed smile

#1 By แทณนี่แหละ on 2010-09-15 09:55