อาบน้ำร้อนมาก่อน

posted on 04 Sep 2011 20:59 by dhammo in Learning
ช่วงอาทิตย์นี้ จู่ๆก็มีเรื่องนึกขึ้นมาอยากจะเล่านิดๆหน่อยๆ
หลังจากไปนอนวัดมาพอสมควร กิจกรรมที่วัดในช่วงปฏิบัติธรรม
จะมีช่วงหนึ่งที่พระอาจารย์ให้พระหนุ่มๆ ได้มาสอนผู้มาปฏิบัติธรรมบ้าง
(บางทีก็อาจจะไม่ใช่พระหนุ่ม แต่เ็ป็นพระลูกวัดที่ไม่ใช่พระอาจารย์มาสอน)
 
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ข้าพเจ้ารอคอยที่สุดของวัน
เพราะคำสอนหรือธรรมะที่ได้ค่อนข้างจะถูกจริต
อาจจะเป็นเพราะท่านเพิ่งบวชไม่นาน หรือเป็นเพราะวัยที่ใกล้เคียง
หรือเป็นเพราะวัฒนธรรมที่โตมา หรือมีบางอย่างที่ค่อนข้างคล้ายกัน ประสบพบเห็นมาเหมือนกัน
พอเปิดใจรับฟัง ก็รู้สึกว่าตรงใจ ถูกใจ เข้าใจง่าย แล้วยังเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจ
เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลานี้ของวัน ข้าพเจ้าจะตั้งใจฟังเป็นพิเศษ
 
แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจที่พอถึงชั่วโมงนี้เมื่อไร ญาติโยมมักจะเหลือน้อยไม่เหมือนตอนพระอาจารย์ลงสอน
ไม่รู้สาเหตุเป็นเพราะอะไร
อาจจะเป็นเพราะตรงกับเวลานอนกลางวัน ช่วงบ่ายโมงบ่ายสองโมง
หรืออาจเป็นเพราะบางคนไม่เปิดใจรับเพราะเห็นท่านพรรษาน้อยรึป่าวก็ไม่ทราบได้
 
วันนั้น ข้าพเจ้าจำได้ มีคณะหนึ่งเดินทางมาปฏิบัติธรรม อยู่วัดคืนเดียว
รู้สึกถ้าจำไม่ผิด รู้สึกเหมือนจะโดนบังคับมาจากหน่วยราชการแห่งหนึ่ง
พระอาจารย์ท่านก็เหมือนจะไม่ว่าง เลยให้หลวงพี่ท่านหนึ่งคอยดูแล
คณะที่มานี้ค่อนข้างจะมีอายุกันแล้วหล่ะ เข้าใจว่ามีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง
ตอนเช้าทำวัตรเช้า สวดมนต์ไม่คอยพระกันเลย Foot in mouth
 
อันนี้ยังไม่เท่าไร พอทำวัตรเสร็จ หลวงพี่ใจดี ท่านพาเดินไปที่อุโบสถ
แล้วท่านก็เทศน์นิดๆหน่อยที่นั่น
ขณะเทศน์อยู่นั่นเอง คุณลุงที่นั่งอยู่ด้านหน้าของข้าพเจ้า
ก็เทศน์แข่งกะหลวงพี่ด้วย พอหลวงพี่พูดประเด็นอะไร คุณลุงก็พยายามแย้ง
แต่ไม่ได้แย้งกะหลวงพี่นะ คือแย้งอยู่ในกลุ่มของคุณลุงนั่นแหละ
ข้าพเจ้าได้ยินประโยคแว่วๆ ว่า ท่านรู้ดีกว่าหลวงพี่ เพราะท่านอายุมากกว่า
ฝ่ายเพื่อนคุณลุงก็เออออเป็นกองเชียร์ไปด้วย 
 
หลวงพี่ท่านก็คงได้ยินเหมือนกัน หรือไม่รู้ว่าบังเอิญไม่ทราบ ท่านก็แย้งกลับเหมือนกัน
คนฟังอย่างข้าพเจ้าก็ได้แต่อมยิ้ม รู้สึกเอ็นดูอยู่เงียบๆ
 
ทีจริงที่วัดเขาก็สอนข้าพเจ้านะ ว่าให้ดูที่ตัวเอง 90% ดูคนอื่น 10%
แต่กรณีนี้ เอิ่ม.. ก็นะ ฮ่าๆ ดูเฉยๆ ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมหรอก แต่พิจารณาดูดีดี
ก็รู้สึกได้ว่า มนุษย์เรานี่โดนหลอกหลายอย่าง จะว่าไปก็เหมือนขนม
ไม่รู้ว่าอะไรอยู่ข้างใน แต่แพคเกจดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง
หรือการจะคบคนเหมือนกัน ดูภายนอกเหมือนจะดี ก็ว่าเขาดี
สังคมยังคงมองคนอยู่ที่ ฐานะ หน้าตา ชาติกำเนิด อายุ
หรือแม้แต่คนส่วนใหญ่บอกว่าดี ก็ว่าดี 
 
อาจารย์สมัยมัธยมสอนว่า เราต้องรู้จักฟังให้มากกว่าพูด
เพราะธรรมชาติมอบหูให้เราสองหู แต่มอบปากให้เราแค่หนึ่ง
หมายความว่าธรรมชาติอยากให้เราฟังมากกว่า
เมื่อฟังแล้วค่อยพิจารณาว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนปากนี่ พูดแค่เฉพาะตอนจำเป็นก็พอ...
 

Comment

Comment:

Tweet

จริงค่ะคุณออน คนที่เกิดก่อนก็ใช่ว่าจะรู้ดีกว่าเด็ก
อายุของคน ไม่ได้บอกถึง อายุของความคิดไปด้วย
ยิ่งเพ่งโทษผู้อื่นมากเท่าใด อายุสมองก็น้อยลงเท่านั้น

sad smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#10 By ตีรณา on 2011-09-09 22:00

big smile Hot!

#9 By i'am-toontoon on 2011-09-08 02:32

ต้องขอบคุณก๊วนคุณลุงที่อุตส่าห์เดินทางมาเป็นแบบฝึกหัด
ให้ทั้งหลวงพี่ ทั้งน้องออนนะจ๊ะ open-mounthed smile open-mounthed smile

#8 By utopui on 2011-09-06 18:34

surprised smile

#7 By เปสโลภิกขุ on 2011-09-06 07:57

อายุเยอะ แต่การเป็นผู้ฟังที่ดียังไม่เยอะตามอายุ อิอิquestion question Hot!

#6 By ~oไม้ขีดไฟo~ on 2011-09-05 20:07

ไปวัดเพื่อหาทางสงบ
ไม่ใช่ไป ไฮปารค์
อย่างนี้ต้องส่งไปวัดสวนแก้ว
เจอพระพยอม อิอิ


confused smile confused smile Hot!

#5 By ปิยะ99 on 2011-09-05 18:06

ส่วนตัวก้อฟังไว้ จะทำตาทมหรือไม่อีกเรื่อง(ดื้อซะเอง) สุดท้ายดูที่ผลของการกระทำ แบบว่าปริยัติปฏิบัติปฏิเวธ. ด้วยตัวเอง ครับ

#4 By Live a Live on 2011-09-05 10:36

พอคนไม่ยอมวางความเป็นตัวตน ก็ยากที่จะเปิดรับอะไรจากสิ่งรอบข้าง
ย่อหน้าท้ายเคยฟังอยู่เหมือนกันครับopen-mounthed smile open-mounthed smile Hot!

#3 By แทณนี่แหละ on 2011-09-05 10:21

สมัยนี้เด็กโตเกินวัยก็มี
ผู้ใหญ่ไม่รู้จักโตก็มี

#2 By katak on 2011-09-05 08:44

อายุเยอะกว่าไม่ได้แปลว่ารู้มากกว่า อยู่มานานกว่าก็อาจจะแค่อยู่มานานกว่า

คนอายุน้อย ๆ แต่ข้างในมีวุฒิภาวะมากกว่าผู้ใหญ่ก็มีถมเถไป surprised smile

#1 By Hamon on 2011-09-04 21:50